แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Wonderfulpackage แสดงบทความทั้งหมด

รายได้เสริมจากอินเตอร์เน็ตทำได้จริง - ลงมือทำกันเถอะ

รายได้เสริมจากอินเตอร์เน็ตทำได้จริง - ลงมือทำกันเถอะ



จากในเรื่องราวตอนที่แล้ว (พูดอย่างกับบรรยายภาพยนต์ ฮา) ในครั้งที่แล้วนั้นผมก็ติดเรื่องวิธีหารายได้เสริมครับว่าที่เราเห็นๆกันในปัจจุบันนั้นส่วนมากเค้ามีวิธีอย่างไรกันบ้าง เพื่อนๆสามารถเข้าไปดูบทความได้ที่นี่ครับ

บรันเดนบูรก์ประตูเมืองเยอรมัน ทัวร์เยอรมัน

บรันเดนบูรก์ประตูเมืองเยอรมัน ทัวร์เยอรมัน


บรันเดนบูรก์ (Brandenburger Tor) เป็นประตูเมืองที่ถูกสร้างขึ้นในคริสต์วรรษที่ 18 ตอนปลาย ประตูแห่งนี้สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก (Neoclassical) โดยปัจจุบันถือว่าเป็นสถานที่สำคัญอย่างกรุงเบอร์ลิน ประตูชัยตั้งอยู่ในใจกลางของเบอรืลิน ถนนหลวงอุนเทอร์ เดน ลินเดน (Unter den Linden) และถนนอีบัทสทราสเซ่ (Ebertstraße) ห่างออกไปจากประตูชัยหนึ่งบล๊อกเป็นอาคารรัฐสภาไรซ์สตาค



ประตูชัยแห่งนี้เมื่อตรงขึ้นไปจะเข้าสู่พระราชวังเมืองของพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรปรัสเซีย (Prussia) พระเจ้าฟรีดิช วิลเฮล์มที่ 2 แห่งปรัสเซีย ทรงมีคำสั่งให้สร้างประตูแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ โดยใช้เวลาสร้างตั้งแต่ปีพ.ศ. 2331 - 2334 โดยนายพลคารืล ก็อทท์ฮาร์ด แลงฮานส์ แต่ก็ได้รับความเสียหายในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 และในเวลาต่อมาในปีพ.ศ.2543 - 2545 ประตูบรันเดนบูรก์ก็ได้รับการบูรณะเสร็จ โดยมูลนิธิอนุรักษ์อนุสาวรีย์เบอร์ลิน (Stiftung Denkmalschutz Berlin)


ในปีพ.ศ. 2231 สมัยของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 1 หลังสงคราม 30 ปีก่อนที่จะเริ่มสร้างประตูบรันเดนบูรก์ไม่นานนัก กรุงเบอร์ลินนั้นเต็มไปด้วยเส้นทางเล็กๆ ซึ่งอยู่ภายในป้อมดาว (Star Fort) แต่ประตูบรันเดนบูรก์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของป้อมปราการแห่งนี้ แต่ก็เป็น 1 ใน 18 ประตูของกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Customs Wall) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1730 โดยได้สร้างป้อมทับซ้อนกับป้อมปราการเก่ายาวไปจนถึงชานเมือง


ประตูบรันเดนบูรก์ได้สร้างขึ้นในยุคของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 2 เพื่อเป็นเสมือนตัวแทนแห่งสันติภาพ ประตูนี้ประกอบด้วยเสาแบบดอริก 12 ต้น มีด้านละ 6 ต้นมี 5 ช่องทางเดิน โดยประชาชนสามารถเดินผ่านได้เฉพาะข้างกำแพงทั้งสองด้านเท่านั้น ด้านบนสุดเป็นปฏิมากรรมรูปควอดริก้า คือรถม้าลาก 4 ตัว ซึ่งเป็นของวิคตอเรียเทพแห่งชัยชนะนั่นเอง - ทัวร์เยอรมัน ทัวร์เยอรมนี


Cr. Wonderfulpackage ข้อมูลเที่ยวต่างประเทศ

Hakone เมืองท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

Hakone เมืองท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ทัวร์ญี่ปุ่น

Hakone Kora Park

เที่ยวญี่ปุ่น

เมื่อลองเดินตามถนนเลียบทางขึ้นรถไฟไปราวๆ 10 นาทีก่อนที่จะถึงสถานีโกร่า จะสังเกตุเห็นป้ายบอกทางไปยังสวนโกร่าปาร์ค (Gora Park) ที่ชี้ขึ้นไปบนเนินเขาสูงชัน ทำเอาเกือบจะถอดใจไปเหมือนกัน แต่ไหนๆก็อุส่าเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว จะถอยกลับก็คงไม่ได้ เอาเว๊ย ต้องลองสักครั้ง!! กว่าจะเดินถึงและกว่าจะหาทางเข้าเจอ ทำเอาท้อเหมือนกัน ภายในสวนโกร่าแห่งนี้เป็นสวนหินขนาดใหญ่ มีทั้งต้นไม้ ดอกไม้นานาพันธ์ุ แล้วยังมีสระน้ำพุยักษ์ (Gigantic Fountain Pond)

Sounzan Cable Car

  หลังกจากที่เดินชมสวนโกร่าเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลงเขาเพื่อไปขึ้นรถรางเคเบิ้ลคาร์ (Sounzan Cable Car) ซึ่งอยู่ที่สถานีโกร่า (Gora) เพื่อขึ้นไปยังสถานี Sounzan บนยอดเขาที่มีระดับความสูง 761 เมตรโดยประมาณ ตัวรถเคเลิ้ลนั้นจะมีเพียงแค่ 2 ตู้ ออกทุกๆ 15-30 นาที แล้วจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 นาที และจะแวะจอดตามสถานีเล็กๆตามรายทางที่ค่อยๆสูงขึ้นไปด้วย (ประมาณ 3-4 สถานีได้) ส่วนค่าโดยสารนั้นอยู่ที่คนละ 410 เยน ด้วยรถที่มีบริการจำกัดและนานๆก็จะออกที จัดทำให้บนรถอัดแน่นด้วยผู้โดยสารเหมือนปลากระป๋อง - -"




กระเช้าไฟฟ้า Hakone Ropeway


  จากสถานี Sounzan นั่งกระเช้าไฟฟ้า (Rope way) ต่อไปอีก 7 นาทีก็จะมาถึงสถานีโอวาคุดานิ (Owakudani) ในระหว่างทางมองลงไปข้างล่างจะเห็นควันออกจากบ่อกำมะถันที่พวยพุ่งขึ้นมาจากภูเขา ที่โอวาคุดานิมีอาหารที่ขึ้นชื่อและเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ "ไขดำโอวาคุดานิ" แวะชิมไปด้วยในขณะที่นั่งกระเช้า กระเช้าสามารถรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 8 คน


  หลังจากแวะชิมไข่ดำแล้วเปลี่ยนกระเช้า ในครั้งนี้จะเป็นกระเช้าที่จุได้ 4 คนเท่านั้น ผ่านสถานีอูบาโกะ (Ubako) ซึ่งไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 18 นาทีก็จะมาถึงสถานีโทเดนได (Todendai) เพื่อเตรียมจะลงเรือล่องในทะเลสาปอาชิต่อไป ประเทศญี่ปุ่น ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น









ระหว่างทางบนกระเช้าและที่สถานีโอวาคุดานิ ท่องเที่ยวญี่ปุ่น จะอยู่ที่ระดับความสูงถึง 1,044 เมตร แล้วในวันที่อากาศแจ่มใสปรอดโปร่งก็สามารถที่จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจนอีกด้วย สำหรับค่าโดยสารกระเช้าไฟฟ้าทั้งสองช่วงแบ่งเป็น เที่ยวเดียวราคาอยู่ที่ 1,330 เยน และแบบไป-กลับ อยู่ที่ 2,340 เยน

ขอบคุณข้อมูลจาก Wonderfulpackage.com
Cr.รูปภาพจาก Google

สู่โลกแห่งจินตนาการฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

สู่โลกแห่งจินตนาการฮ่องกงดิสนีย์แลนด์


ดิสนีย์แลนด์คงเป็นสวนสนุกในฝันของใครหลายๆคน ที่ให้ความสุขและจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดกับผู้คนทุกเพศทุกวัยทุกเชื้อชาติ ถ้าเดินทางจากเมืองไทยดิสนีย์แลนด์ที่ใกล้และใหม่เอี่ยมที่สุดก็คงไม่พ้น ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เพียง 3 ชั่วโมงโดยประมาณจากเมืองไทย เราก็สามารถไปปลดปล่อยเสียงกรี๊ด และเปลี่ยนบรรยากาศจากความซ้ำซากจำเจในชีวิตประจำวันไปพบกับโลกแห่งจินตนาการได้อย่างง่ายดาย สำหรับดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง บางคนที่เคยไปเยือนดิสนีย์แลนด์ที่อื่นมาแล้ว เช่นญี่ปุ่น หรือ อเมริกา อาจจะบอกว่าเป็นดิสนีย์แลนด์ที่แลดูจะกระทัดรัดกว่าที่อื่น แต่สิ่งที่น่าประทับใจที่หลายๆคนที่ไปแล้วจะพูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ การแสดงโชว์อันอลังการ และโอกาสไกล้ชิดตัวการ์ตูนดิสนีย์ทั้งหลาย ที่ออกมาต้อน
รับให้ถ่ายรูปกันอย่างเป็นกันเองและเข้าถึงได้มากกว่าที่อื่น มาลองดูกันซิคะว่าภายในดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงจะมีอะไรบ้าง อย่าลืมจินตนาการตามนะว่าถ้าเราไปอยู่ในโลกแห่งจินตานการนั้นจริงๆจะมีความสุขแค่ไหน :)


เป็นจุดเริ่มต้นของถนนแห่งการเดินทางย้อนเวลาสู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ที่ถนนแกสลิทสตรีทอันแสนสวยของสหรัฐอเมริกา เราจะพบกับขบวนพาเหรดดิสนีย์ ชมเพื่อนชาวดีสนีย์ที่โปรดปรานอย่าง มิกกี้เมาส์, มินนี่, โดนัลดั๊ก และ กูฟฟี่ ที่มาร่วมเต้นระบำอย่างสนุกครื้นเครงกับวงดนตรีมาร์ชและเหล่านักเต้นที่เต็มไปด้วยความร่าเริงและเบิกบาน 

ระหว่างทางนั้น ก็จะมีร้านช้อปปิ้งอันเก๋ไก๋ให้ได้เลือกสรรของที่ระลึกและของฝากพิเศษๆซึ่งมีมากกว่า 4,000 รายการ นอกจากนั้น จะเป็นที่ตั้งของซิตี้ฮอล และทางรถไฟฮ่องกงดิสนีย์ที่จะพาคุณชมไปรอบๆบริเวณอย่างเพลิดเพลิน แล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกับยวดยานแสนเก๋สะดุดตาบนถนนเมนสตรีทไว้เป็นที่ระลึกหล่ะ


นึกภาพป่าแอฟริกันที่แสนลึกลับ ชวนสนเท่ห์ และน่าผจญภัย เข้าไปพบกับสิงห์โตเจ้าป่าไลออนคิงใน เฟสทิวัลออฟเดอะไลออนคิง (Festival of The Lion King) ซึ่งเป็นโชว์อันเร้าใจไปกับเสียงอันสดใสและมีชีวิตชีวากับการแสดงดนตรีสไตล์บอร์ดเวย์ ที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนชิ้นเอกของดิสนีย์ “The Lion King” การแสดงที่ยอดเยี่ยมนี้จะทำให้คุณหลุดเข้าสู่ห้วงของจินตนาการจนจะต้องร้องว๊าวในใจแน่นอนค่ะ (คนที่ไปชมมาแล้วเค้าบอกมาเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด!) นอกจากนั้นผจญภัยกันต่อโดยล่องแพตามลำน้ำเมืองร้อนที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งจะได้เห็นสัตว์ป่า ชาวป่าที่พุ่งหอกทวนเป็นอาวุธ และเกาะของเจ้าป่าทาซาน นอกจากนั้นอย่าลืม แวะบ้านต้นไม้ของทาซาน และเล่นน้ำคลายร้อนที่สวนน้ำลิกี้ทิกิสล่ะ ทัวร์ฮ่องกง

......................................................................

ดินแดนที่จะทำให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มไปกับเทพนิยายอันแสนโรแมนติก ซึ่งทุกคนที่เข้ามาในดินแดนนี้จะอยู่อย่างมีความสุขตลอดไป (Happily Ever After) มีมิกกี้เม้าส์มาดึงท่านเข้าสู่โลกแห่งความสุขใน โชว์เดอะโกลเด้นมิกกี้ (The Golden Mickey) ซึ่งรวบรวมเอาการแสดงตระการตาจากการ์ตูนอมตะอย่าง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and The Beast) ทอยสตอรี่ (Toy Story) และที่ขาดไม่ได้คือ มิกกี้เมาส์กับผองเพื่อน (Mickey and friends) ..หลังจากนั้นมิกกี้ก็จะสะกดมนต์ให้เคลิ้มไปใน มิกกี้ฟิลาเมจิก (Mickey’s Philharmagic) สวมแว่นสามมิติ แล้วสัมผัสกับภาพ เสียง และกลิ่นแห่งผลงานที่สร้างสรรค์ได้อย่างเกินจินตนาการ ซึ่งเหมือนจริงจนบางครั้งคุณอาจจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าพยายามจับตัวเจ้าตัวการ์ตูนที่ลอยออกมาอยู่ใกล้ๆตัวคุณ ต่อจากนั้นผจญภัยอย่างน่ารักในดินแดนแห่งความฝันกับป่าหนึ่งร้อยเอเคอร์ ของเจ้าหมีวินนี่เดอะพูห์ ซึ่งจะทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วก็อย่าลืมเข้าไปในสวนมหัศจรรย์ บินไปกับช้างน้อยดัมโบ้ ขี่ม้าหมุนซินเดอเรลล่า หัวเราะร่าพร้อมกับหมุนติ้วไปกับถ้วยชาแมดเฮตเตอร์ และเข้าสำรวจถ้ำสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดนะคะ เที่ยวฮ่องกง

......................................................................

กระโดดขึ้นยานอวกาศและทยานขึ้นสู่ฟากฟ้า สู่อนาคตที่โลกเราจะต้อนรับการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาว! ยานอวกาศสเปสเมาเทน (Space Mountain) เร่งความเร็วผ่านจักรวาลอันไกลโพ้นทะลุเข้าไปในห้วงจักรวาล ตื่นเต้นกับซาว์แอฟเฟคในห้วงอวกาศที่คุณไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ภาระกิจต่อไปคือต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาวกับ บัซไลท์เยียร์วีรบุรุษจักรวาล ภารกิจนี้จะได้รับพร้อมปืนกระบอกคู่เพื่อกำจัดเจ้ามนุษย์ต่างดาวตัวร้าย ไชโย้! ไม่มีเจ้ามนุษย์ต่างดาวแล้ว โลกเราก็จะอยู่กันได้อย่างมีความสุขแล้วหล่ะ ... ฮิฮิ

สนุกเต็มอิ่มกับดินแดนทั้ง 4 เรียบร้อยแล้ว ก็คงถึงเวลาที่เราจะได้พักผ่อนได้แล้วหล่ะค่ะ ยังไม่อยากตื่นจากจินตนาการเลย จะทำยังไงดีน๊า... ว่าแล้วกิจกรรมแห่งความสุขต้องยังไม่หมดแค่นี้ นอกจากบริเวณสวนสนุกแล้ว ดิสนีย์ยังได้สร้างที่พักอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ให้ได้พักผ่อนกันต็มสูตรกับโลกแห่งจินตนาการ ที่จะทำให้แขกทุกคนเคลิบเคลิ้มทั้งเวลาหลับและเวลาตื่นตลอดระยะเวลาการพักผ่อนเลยทีเดียวค่ะ
.......................................................................
1) Hong Kong Disneyland Hotel เป็นรีสอร์ทหรูสไตล์วิคตอเรียน ตกแต่งอย่างหรูหราและสง่างาม
2) Disney Hollywood Hotel เป็นรีสอร์ทที่ตกแต่งในคอนเซพท์บรรยากาศปี 1930 และแบบอาร์ตเดโคที่เป็นเอกลักษณ์ รีสอร์ทนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นดาราฮอลีวูดตัวจริงทัวร์ฮ่องกง เที่ยวฮ่องกง
เอาหล่ะๆ ตอนนี้คงจะได้สร้างจินตนาการแห่งความสุขกันขึ้นมาแล้วสินะคะ เรามาปะติดปะต่อเรื่องราวการไปท่องโลกของดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงกันดูดีมั๊ยคะ เผื่อจะได้เป็นแนวทางในการสร้างเรื่องราวของคุณและผู้ร่วมเดินทางในดีสนีย์แลนด์ให้เกิดขึ้นจริงอย่างมีความสุขกันค่ะ

หนึ่งวันกับความสุขที่ดิสนีย์แลนด์ (1 Day Pass)
ช่วงเช้าใน HongKong Disneyland
- เริ่มต้นดูแผนที่ และกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจของวัน ที่ซิตี้ฮอล
- เดินชมบรรยากาศและถ่ายรูปที่ถนนเมนสตรีท สหรัฐอเมริกา
- ชมการประกาศรางวัลดิสนีย์อวอร์ด ใน “เดอะโกลเดิ้นมิกกี้ (The Golden Mickey)”
- นั่งม้าหมุนซินเดอเรลล่า
- พบกับมิกกี้ยอดศิลปินในมิกกี้ฟิลาเมจิก

ช่วงบ่ายใน HongKong Disneyland
- รับประทานอาหารกลางวันที่รอยัลแบงเคว็ทฮอล กับอาหารอร่อยนานาชาติ
- ชมการแสดง เฟสติวัลออฟ เดอะไลออนคิง (Festival of The Lion King)
- ล่องเรือในลำน้ำป่า
- ตื่นตาตื่นใจกับขบวนพาเหรดดิสนีย์
- พักดื่มน้ำชาที่ริเวอร์วิวคาเฟ่
- ถ่ายภาพที่สวนมหัศจรรย์กับเพื่อนชาวดิสนีย์
- นั่งเรือเหาะไปกับสเปสเมาท์เทน 
- ช้อปของที่ระลึกบนถนนเมนสตรีท

ช่วงเย็นใน HongKong Disneyland
- ทานอาหารเย็นที่เมนสตรีทคอนเนอร์คาเฟ่
- เพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟตระกาลตา “ดิสนีย์ในหมู่ดาว” (เวลาประมาณ 2 ทุ่มค่ะ)

สองวันกับความสุขที่ดิสนีย์แลนด์ (2 Days Pass)

วันแรก 
ช่วงเช้าใน HongKong Disneyland
- นำสัมภาระเข้าพักที่โรงแรมดิสนีย์ฮอลีวู๊ด
- รับประทานอาหารที่ ฮอลีวู๊ดแอนด์ไดน์ แล้วโดยสารรถบัสสู่สวนสนุก
- เริ่มต้นดูแผนที่ และกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจของวัน ที่ซิตี้ฮอล
- โดยสารรถไฟฮ่องกงดิสนีย์สู่ดินแดนมหัศจรรย์
- ชมการประกาศรางวัลดิสนีย์อวอร์ดที่ “เดอะโกลเด้นมิกกี้”

ช่วงบ่ายใน HongKong Disneyland
- นั่งม้าหมุนซินเดอเรลล่า ช้างน้อยดัมโบ้ และถ้วยชาแมดแฮตเตอร์
- ตื่นตาตื่นใจไปกับขบวนพาเหรดดิสนีย์
- กลับสู่โรงแรมและเช็คอิน
- นั่งชิลที่บาร์ริมสระ กับอาหารว่าง
- ทักทายและถ่ายภาพกับกูฟี่ที่สระน้ำ
- เข้าเวิร์คช็อปพิเศษของดิสนีย์และฟังเทคนิควิธีการเล่าเรื่อง

ช่วงเย็นใน HongKong Disneyland
- ผ่อนคลายกับสปาของโรงแรมฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
- รับประทานอาหารเย็นแบบบาร์บีคิวที่ซันเซ้ตเทอเรส
- ผ่อนคลายอารมณ์ไปกับเครื่องดื่มนานาชนิดที่สตูดิโอเลาน์จ
- นิทานก่อนนอนสำหรับเด็กๆ
- เดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่การ์เด้นพลาซ่า หรือช้อปปิ้งตามร้านต่างๆของโรงแรม

วันที่สอง
ช่วงเช้าใน HongKong Disneyland
- เช็คเอาท์และฝากสัมภาระไว้ที่โรงแรม
- รับประทานอาหารเช้าที่พลาซ่าอินน์กับเพื่อนๆชาวดิสนีย์
- ชุ่มปอดกับความคิดถึงที่ถนนเมนสรีท สหรัฐอเมริกา
- ชมการแสดงดนตรี “เฟสติวอลออฟ เดอะไลออนคิง”
- เยี่ยมชมบ้านต้นไม้ของทาซาน
- ร้านของฝากจากดิสนีย์ (มีบริการเก๋ไม่ต้องให้คุณแบกสัมภาระพะรุงพะรัง โดยทางร้านจะส่งถึงโรงแรมของคุณเอง)
- รับประทานอาหารกลางวันแสนอร่อยที่ริเวอร์วิวคาเฟ่

ช่วงบ่ายใน HongKong Disneyland
- พบกับมิกกี้ยอดศิลปินในมิกกี้ฟิลาเมจิก
- นั่งเครื่องเล่นผจญภัยไปกับวินนี่เจ้าหมีพู
- ถ่ายภาพที่สวนมหัศจรรย์กับเพื่อนชาวดิสนีย์
- ขับจานบินออร์บิตรอน
- พักดื่มน้ำชาที่สตาร์ไลเนอร์ไดเนอร์
- เดินทางไปกับบัซไลท์เยียร์วีรบุรุษจักรวาล
- นั่งเรือเหาะไปกับสเปสเมาเทน
ช่วงเย็นใน HongKong Disneyland
- เพลิดเพลินกับความงดงามตระการตาของดอกไม้ไฟ “ดิสนีย์ในหมู่ดาว”
- กลับสู่โรงแรมเพื่อรับประทานอาหารที่ เชฟมิกกี้

ว๊า ... หมดเวลาในดินแดนแห่งความฝันแล้ว แต่ยังไงก็ประสบการณ์กับโลกแห่งจินตนาการของดิสนีย์แลนด์ก็คงจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่สนุกสนาน และจะทำให้รู้สึกยิ้มได้เมื่อเรามองกลับมาทุกครั้งนะคะ ขอให้มีความสุขกับการเดินทางอย่างเต็มที่ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เที่ยวฮ่องกง Wonderfulpackage

10สถานที่มีชื่อเสียงในการชมซากุระ ตอน1

"10สถานที่มีชื่อเสียงในการชมซากุระ ตอน1"

ไปทัวร์ญี่ปุ่น

1. สวนไดโนเสาร์ ซากุระจิมะ
ที่ตั้ง : เมืองคะโงะชิมะ จังหวัดคะโงะชิมะ
การเดินทาง : โดยเรือเฟอรี่ซากุระจิมะ จากท่าเรือคะโงะชิมะฮงโค (ใกล้สถานีรถไฟ JR คะโงะชิมะ) 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน
ข้อมูลน่ารู้ : เป็นสวนสาธารณะบนภูเขาไฟ "ซากุระจิมะ" ซึ่งลอยอยู่ในอ่าว "คิงโค" ห่างจากฝั่งตัวเมือง คะโงะชิมะ 4 กิโลเมตร "ซากุระจิมะ" เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ปัจจุบันยังคงมีควันลอยออกมาจากปล่องอยู่ เมื่อต้นซากุระจำนวน 3,000 ต้นของที่นี่ผลิดอก ผู้คนจำนวนมาก จะเดินทางมาเพื่อนั่งชมดอกซากุระ บนสนามหญ้าของสวนสาธารณะแห่งนี้ นอกจากนั้นภายในสวนยังมีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ 7 ชนิด ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่เด็กๆ ต่างชื่นชอบ

2. บริเวณรอบๆปราสาท คุมะโมะโตะ
ที่ตั้ง : เมืองคุมะโมะโตะ จังหวัดคุมะโมะโตะ
การเดินทาง : ขึ้นรถโดยสารประจําทางจาก สถานีรถไฟ JR คุมะโมะโตะ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 500 เยน / เด็ก 200 เยน
ข้อมูลน่ารู้ : ปราสาทคุมะโมะโตะ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน เป็นหนึ่งในสามปราสาท ที่มีแนวรั้วกำแพงหินที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อถึงฤดูชมดอกซากุระ จะเปิดให้เข้าชมในเวลากลางคืนด้วย จึงสามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกซากุระยามราตรี หากได้เดินชมตัวปราสาทที่อาบแสงไฟ และดอกซากุระยามราตรี ไปตามถนนที่ประดับด้วยโคมไฟแล้ว จะได้รับรู้ถึงกับความสุขกับบรรยากาศแสนโรแมนติก 

3. สะพานคินไตเคียว
ที่ตั้ง : เมืองอิวะกุนิจังหวัดยะมะงุจิ 
การเดินทาง : ขึ้นรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR อิวะกุนิ หรือสถานีรถไฟ JR ชินอิวะกุนิ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ต้นเดือนเมษายน - กลางเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 150 เยน
ข้อมูลน่ารู้ : สะพานคินไตเคียวเป็นสะพานที่มีรูปร่างแตกต่างจากสะพานทั่วไป ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสามสะพานที่มีชื่อเสียงที่สุดในการเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น เมื่อเริ่มต้นเข้าเดือนเมษายนบริเวณรอบๆ สะพานแห่งนี้ จะเต็มไปด้วยสีชมพูของดอกซากุระ งานเทศกาลชมดอกซากุระแห่งสะพานคินไตเคียวจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในช่วงฤดูชมดอกซากุระยามค่ำคืนจะมีการประดับแสงไฟด้วย กิจกรรมที่พลาดไม่ได้สำหรับที่นี่คือ การล่องเรือชมสะพานคินไตเคียวและดอกซากุระที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง 

4. สวนสาธารณะ ทสุรุยะมะ
ที่ตั้ง : เมืองทสุยะมะ จังหวัดโอคะยะมะ 
การเดินทาง : เดินจากสถานี JR ทสึยะมะ 10 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ต้นเดือนเมษายน - กลางเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 210 เยน / เด็ก 100 เยน
ข้อมูลน่ารู้ : ในอดีตสวนสาธารณะแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของ ปราสาททสุยะมะปัจจุบันยังคงเหลือแนวกำแพงหินที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชม หลายคนกล่าวว่า ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับชมดอกซากุระที่สวยงามที่สุด ในแถบภาคตะวันตกของประเทศ แนะนำไปทัวร์ญี่ปุ่นดีกว่าค่ะ

5. สวนสาธารณะ ชิโรยะมะ
ที่ตั้ง : เมืองมะทสุยะมะ จังหวัดเอะฮิเมะ 
การเดินทาง : ลงรถไฟสาย อิโยะเท็ตสึโด ที่สถานีไคโคโต แล้วต่อรถกระเช้าขึ้นไปอีก 3 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ: ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
ข้อมูลน่ารู้: นอกจากจังหวัดเอะฮิมะจะเป็นที่รู้จักในเรื่อง บ่อน้ำพุร้อนโดโงะ ดอกซากุระของปราสาทมะทสุยะมะมีชื่อเสียงในเรื่องความงดงามด้วย ในงานเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของมะทสุยะมะนอกจากจะได้ชมดอกซากุระแล้ว ยังจะได้ชมการจำลองจัดขบวนทัพของเหล่านักรบ ที่มีชื่อว่าไดเมียวเกียวเร็ตทจึและการแข่งขันเล่นยาคิวเค็งระดับประเทศด้วย

6. ปราสาท ฮิเมะจิ
ที่ตั้ง : เมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ 
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟ JR ฮิเมจิ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ต้นเดือนเมษายน - กลางเดือนเมษายน
ข้อมูลน่ารู้ : วัดโฮริวหยิที่นาราและปราสาทฮิเมะจิแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ.1993 ภายในตัวปราสาทนอกจากจะมีทรัพย์ สมบัติของชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าเก็บรักษาอยู่แล้ว 


7. โรงกษาปณ์ เมืองโอซาก้า
ที่ตั้ง : เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า 
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินเทมมาบาชิ 10 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : กลางเดือนเมษายน (เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมเพียงหนึ่งสัปดาห์)
ข้อมูลน่ารู้ : เนื่องจากบุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาในโรงกษาปณ์ เพื่อชื่นชมความงามของดอกซากุระตามทางเดินริมน้ำ ที่มีชื่อว่าซากุระโนะโทโอรินุเคะได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ในหนึ่งปีเท่านั้น จึงทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลกันมาถึงปีละล้านกว่าคน ที่พลาดไม่ได้คือ การเดินผ่านถนนที่มีดอกซากุระปกคลุมอยู่ด้านบนเต็มไปหมด คล้ายกับกำลังเดินผ่านอุโมงค์ดอกซากุระ ในยามค่ำคืนก็จะมีการประดับไฟอย่างงดงามสามารถเข้าชมได้จนถึงเวลา 3 ทุ่ม

8. สวนนิชิดนะมะรุเทเอ็ง ภายในสวนสาธารณะ ปราสาทโอซาก้า
ที่ตั้ง : เมืองโอซาก้า จังหวัดโอซาก้า 
การเดินทาง : เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน ทานิมาจิยนโจเมะ 15 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
ข้อมูลน่ารู้ : สวนนี้ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตของปราสาทโอซาก้า ซึ่งเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเมื่อ 400 กว่าปีที่แล้ว ภายในสวนมีซากุระกว่า 600 ต้น เมื่อเข้าสู่ฤดูชมดอกซากุระ ที่นี่จะคับคั่งไปด้วยบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่พาครอบครัวมาเที่ยว เฉพาะในช่วงฤดูชมซากุระเท่านั้น ที่จะมีการประดับโคมไฟกระดาษกว่า 200 อัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมปราสาทโอซาก้า และดอกซากุระในยามค่ำคืนได้


9. วัดคิโยมิสึ
ที่ตั้ง : เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต 
การเดินทาง : ขึ้นรถโดยสารประจำทางจากสถานีรถไฟ JR เกียวโต ลงที่ป้าย คิโยมิสึ แล้วเดินต่ออีก 10 นาที
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ : ปลายเดือนมีนาคม - ต้นเดือนเมษายน
ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 200 เยน
ข้อมูลน่ารู้ : วัดคิโยมิสึเป็นสัญลักษณ์ของเกียวโตเมืองหลวงเก่าของการไปเที่ยวญี่ปุ่น วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อราว 1,200 ปีก่อนปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในฤดูชมซากุระกลีบดอกจากต้นซากุระที่มีอยู่กว่า 1,000 ต้น ในวัดแห่งนี้จะโปรยปรายลงมาอย่างสวยงาม ในช่วงที่ดอกซากุระบานทางวัดจะประดับไฟยามค่ำคืนเป็นเวลา 1 เดือน ท่านสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงาม ของลานคิโยมิสึบุโด และหอ 3 ชั้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยดอกซากุระ 


10. ภูเขา โยชิโนะ
ที่ตั้ง : โยชิโนะ – โจ จังหวัดนารา 
การเดินทาง: ใกล้สถานีรถไฟ โยชิโนะ (รถไฟคินเท็ตสึ สายโยชิโนะ)
ช่วงเวลาชมดอกซากุระ: ต้นเดือนเมษายน - ปลายเดือนเมษายน
ข้อมูลน่ารู้: ที่นี่มีต้นซากุระอยู่ถึง 30,000 ต้น มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีซากุระมากถึง 200 สายพันธุ์ ทำให้สามารถชื่นชมดอกซากุระ ได้ตลอดเดือนเมษายน พื้นที่บนภูเขานั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน แต่ละส่วน จะมีช่วงที่ดอกซากุระบานไม่พร้อมกัน ของฝากที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ ขนมที่มีส่วนผสมของดอกและใบซากุระ.....

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้...ท่านที่สนใจเดินทางทัวร์ญี่ปุ่นสามารถติดตามอันดับที่เหลือได้ในคราวหน้าค่ะ


ติดตามแฟนเพจของเราได้ที่ facebook.com/wonderfulfanpage
และ Twitter wonderfulweb

ขนมเปี๊ยะ ที่ฮ่องกง

ขนมเปี๊ยะ ที่ฮ่องกง

ทัวร์ฮ่องกง

ขนมเปี๊ยะ
ขนมดั้งเดิมของจีน มีมาแต่โบราณ ขนมเปี๊ยะสูตรดั้งเดิมจะใช้แป้งผสมมันหมูเป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อให้แป้งนั้นมีความแข็งเล็กน้อย ส่วนไส้ที่ใส่จะเป็นไส้ฟักผสมอัลมอนด์ที่มีรสหวาน แต่ไม่ทำให้อ้วน ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับนักกินที่รักสุขภาพ ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังดีต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย
ร้านที่แนะนำ: ร้านHang Heung, 64 ถนน Castle Peak, Yuen Long โทร +85 2479 2141

ซาชิมิกุ้งสด
เมนูนี้เป็นเมนูที่ชาวฮ่องกงชอบมาก แต่เมนูนี้ไม่ใช่เมนูฮ่องกงแท้ๆ นะจ๊ะ แต่เป็นของไทยเรานี่แหละ กุ้งทะเลสดๆที่แกะเปลือกแล้วผ่ากลางไว้แล้วเสิร์ฟพร้อมกับน้ำแข็งเพื่อรักษาความสด และกระเทียมเพื่อตัดเลี่ยน มาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดส์แบบไทยๆ เป็นที่นิยมของชาวฮ่องกงมาก ด้วยน้ำจิ้มที่เผ็ด เปรี้ยวแซ่บสะใจแบบไทยๆกับกุ้งทะเลสดๆที่เนื้อหวานและไม่คาวนั้นเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยอย่างมาก

สรุป  ซาชิมิกุ้งสด = กุ้งแช่น้ำปลา นั่นเองงงงง
ร้านที่ต้องโดน:
ไปโดนตำรับไทยๆแบบนี้ได้ที่ร้าน Thai Shing ชั้น 1 อาคาร Tang Fai Building อยู่ที่ 36 ถนน Tung Lung, Causeway Bay โทร +852 2834 2500.

บริการดีๆจากทัวร์ฮ่องกงสุดพิเศษที่ Wonderfulpackage.com


ประตูยาชาม่อน Yashamon ทัวร์ญี่ปุ่น

ประตูยาชาม่อน Yashamon ทัวร์ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น

ประตูยาชาม่อน หรือ Yashamon  Gate ทั้งสี่ทิศของซุ้มประตูนั้นมีรูปปั้นปีศาจเฝ้าอยู่ 4 ตน โดยแต่ละตนนั้นจะมีสีที่ไม่เหมือนกัน พาไปทัวร์ญี่ปุ่นก็จะเห็นเป็นสีแดง เขียว น้ำเงินและสีขาว ลวดลายที่แกะสลักไว้บนซุ้มนั้นเป็นลายดอกโบตั๋น จึงเรียกชื่อประตูนี้อีกอย่างนึงว่า "ประตูดอกโบตั๋น (Peony Gate)" เพื่อลดความน่ากลัวลง

ก่อนที่จะไปถึงศาลาใหญ่นั้น ยังมีอีกหนึ่งประตูเล็กที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน คือประตูคาราม่อน (Karamon Gate) ผ่านตรงนี้เข้าไปจะเป็นศาลา Sanctuary ตกแต่งด้วยสีดำ แดง น้ำเงินและสีทองที่ดูเคร่งขรึม ถูกล้อมรอบด้วยรั้วไม้สีน้ำเงินดำ จนถึงศาลาหลังสุดอาคารหลักของสุสานแห่งนี้ตกแต่งด้วยสีทองเหลืองอร่าม ดูสวยงามและภูมิฐาน สมเป็นที่ประดิษฐานพระอนุสาวรีย์ของโชกุนอิเอะมิตสุ โทกุกาว่า (Iemitsu Tokugawa) ซึ่งเป็นโชกุนรุ่นที่ 3 หลานชายของโชกุนอิเอะยาสุ โทกุกาว่านั่นเอง ภายในตกแต่งได้อย่างวิจิตบรรจงเช่นเดียวกัน

ก่อนออกมายังมีอีกหนึ่งประตูทางด้านข้างที่สวยงามเช่นกันนั่นคือ ประตูโกกะม่อน (Kokamon Gate) ที่ใช้ศิลปะแบบจีนสมัยราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) ที่มีเสาโครงทำด้วยสำริดสีเขียวสลับทองตั้งประดับอยู่ทั้งสองด้านถ้าท่านสนในที่อยากจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็สามารถมาด้วยกันกับเราที่ Wonderfulpackage.com ค่ะ

ท่านสามารถรับชมวีดีโอ http://youtu.be/riTaj1z--yE

วัดอิเอะมิตสุ ไทยูอินที่ญี่ปุ่น

วัดอิเอะมิตสุ ไทยูอินที่ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น
วัดในญี่ปุ่น


วัดอิเอะมิตสุ ไทยูอิน (Iemitsu Taiyuin Temple)
จากศาลเจ้าฟูตาราซัน มีทางเดินเชื่อมไปยังวัดอิเอะมิตสุ ไทยูอินตั้งอยู่ใกล้ๆกัน โดยสิ่งแรกที่จะได้เห็นคือศาลาหลังใหญ่ 2 หลัง มีรูปทรงและขนาดเท่ากัน แต่ศาลาหลังแรกเรียกชื่อว่า Jyogyo-do มีการตกแต่งภายในตามศิลปะแบบญี่ปุ่น ส่วนอีกหลังคาหนึ่งชื่อว่า Hokke-do จะมีการตกแต่งแบบจีน อาคารทั้งสองจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างนึงว่า "วัดแฝด" (Two Temples)

ถัดจากศาลานี้จะเป็นประตูนิโอมง (Nio-mon Gate) ซึ่งเป็นประตูทางเข้าสู่สุสานของวัดรินโนจิแห่งเมืองนิคโก้ (Nikko Mausoleum Rinnoji Taiyuin) ถัดจากนี้ด้านขวามือจะมีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ทั้งดื่ม ป้วนปากล้างมือ เพื่อเป็นการชำระจิตใจร่างกายให้สะอาดก่อนเข้าสู่บริเวณวัด

ด้านซ้ายมือมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ มีความอลังการไม่แพ้ซุ้มประตูทางเข้าศาลเจ้าโทโชกุ ประตูนี้มีชื่อว่าประตูนิเท็นม่อน (Nitenmon Gate) หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "คามินาริม่อน" (Kaminarimon Gate) ประตูสายฟ้า เหมือนกับชื่อประตูใหญ่ของวัดอาซากุสะในโตเกียวเลยสองข้างประตูนั้นมีรูปปั้นของเทพเจ้าสายฟ้า (God of Thunder) และเทพเจ้าแห่งสายลม (God of Wind) ตั้งอยู่ด้วย

ความสนุกจากทัวร์ญี่ปุ่นยังมีอีกมากมายที่ Wonderfulpackage.com

https://www.facebook.com/wonderfulfanpage

มังกรกำสรวลที่ศาลายาคุชิโด-ญี่ปุ่น

มังกรกำสรวลที่ศาลายาคุชิโด-ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น
มังกรร่ำไห้

ภาพวาดมังกรกำสรวลที่ศาลายาคุชิโด
   กลับออกมาผ่านประตูใหญ่โยเมมง ทางด้านขวามือมีศาลาคุชิโด หรือบางทีก็เรียกว่าวัดฮอนจิ (Honji-do Temple) วัดพุทธที่ตั้งอยู่ในเขตศาลเจ้าของศาสนาชินโตจนแยกไม่ออก ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม บนเพดานมีภาพวาดขนาดใหญ่เป็นรูปมังกรร่ำไห้ ซึ่งเป็นผลงานของช่างฝีมือนามว่า "นัมบุ คาตายามะ" ทำไมมังกรจึงร้องไห้นักท่องเที่ยวที่เดินทางกันมาต่างก็พากันสงสัย เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเมื่อลองเข้าไปยืนอยู่ใต้ภาพ และวปรบมือและสวดมนต์ไปพร้อมกัน มังกรตัวนี้ก็จะร้องโหยหวนออกมาให้ได้ยิน ซึ่งจริงๆแล้วเสียงร้องโหยหวนที่เราได้ยินกันนั้นเกิดจากเสียงสะท้อนภายในห้องโถงนั่นเอง

จริงๆแล้วบนภาพวาดนั้นมังกรก็ไม่มีน้ำตาสักหยดเดียว เพื่อเป็นการพิสูจน์ของเสียงก้องที่ว่านี้ เมื่อเข้าไปชมภายในศาลา นักบวชก็จะคอยเคาะไม้เพื่อให้เกิดเสียงดัง จะเกิดเสียงก้องอยู่ซักพักก่อนที่เสียงจะค่อยๆเลือนหายไป ลองเข้าไปฟังกันดูนะคะ (ภายในนี้ห้ามถ่ายรูปด้วยนะคะ) 

ระหว่างทางเดินชมภายในศาลาจะมีตุ๊กตาเทพเจ้าแห่งสงคราม 13 องค์ (Twelve Gods of  War) ตั้งอยู่เรียงกันให้ได้ชม ที่เศียรของรูปั้นเทพเจ้านั้นจะมีรูปสัตว์ที่แตกต่างกันไป 12 ชนิดอีกด้วยค่ะ

สนใจเดินทางไปทัวร์ญี่ปุ่นกับ Wonderfulpackage.com

แฟนเพจใหม่ facebook.com/wonderfulfanpage
Twitter : wonderfulweb

เยือนสุสานของโชกุนที่ญี่ปุ่น

เยือนสุสานของโชกุนที่ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น
สุสานโชกุนอิเอยาสุ โทกุกาว่า

จากภาพแกะสลักแมวหลับ มีบันไดเดินขึ้นสู่สุสานที่ฝังร่างของโชกุนอิเอยาสุ โทกุกาว่า ผู็ก่อตั้งเมืองเอโดะให้เป็นเมืองหลวงใหม่ (ทัวร์โตเกียว) จริงๆแล้วท่านโชกุนนั้นเกิดในเขตคันไซ อยู๋ทางตอนกลางของญี่ปุ่น และสาเหตุที่โชกุนเลือกสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ที่เมืองนิคโก้ก็เพราะว่าต้องการให้ศาลแห่งนี้ช่วยปกป้องเมืองเอโดะให้แคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้าย (สมัยก่อนคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ทิศเหนือเป็นทิศที่ไม่ดี ภูติผีปีศาจจะมากันทางทิศเหนือ เมืองนิคโก้อยู่ด้านเหนือของเอโดะ จึงถูกเลือกให้สร้างศาลเจ้าไว้ที่นี่)

ทางเดินสลับกับบันไดราวๆ 200 ขั้นนั้นบางช่วงเป็นเนินลาด บางช่วงสูงชัน ทำเอาเหนื่อยหอบได้เหมือนกัน ผูที่สุขภาพไม่ค่อยดีไม่ต้องขึ้นไปก็ได้ค่ะ ขนาดวัยรุ่นบางคนยังเกือบขึ้นไปไม่ไหวเลยค่ะ

ยังมีโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นหลากหลายเส้นทางดูได้ที่ Wonderfulpackage.com

ภาพแกะสลักแมวหลับที่ศาลเจ้าโทโชกุญี่ปุ่น

ภาพแกะสลักแมวหลับที่ศาลเจ้าโทโชกุญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น
ภาพแกะสลักแมวหลับ

ภาพแกะสลักแมวหลับที่ศาลเจ้าโทโชกุญี่ปุ่น

เมื่อได้มาสัมผัสถึงบบรยากาศและความร่มรื่นเงียบสงบของศาลเจ้าแล้ว ต่อไปจะพากไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันต่อเลยค่ะ ทางด้านขวามือของประตูใหญ่ เป็นทางเข้าชมงานปฏิมากรรมภาพแกะสลักแมวหลับ (Sleeping Cat) ที่มีชื่อเสียงอันโด่งดังไม่แพ้ลิงสามตัวเช่นกัน เป็นผลงานของศิลปิน "ฮิโดริ จินโกโร่" หาได้ไม่ยากเพราะอยู่บนขื่อซุ้มประตูทางขึ้นสู่สุสานท่านอิเอยาสุ ซึ่งหากจะเข้าไปชมนั้นจะต้องเสียค่าผ่านประตูอีกคนละ 520 เยนค่ะ

ลักษณะของแมวตัวนี้มีสีขาวเทา นอนหลับอยู่ด้วยอาการที่สงบ มีความหมายว่าเป็นตัวแทนของความสงบร่มเย็นในบ้านเมือง

ทางด้านขวาของศาลาหลังนี้มีถังที่ไว้หมักเหล้าสาเกอยู่ เพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มอันเป็นที่โปรดปรานของเทพเจ้า ที่จะต้องมีอยู่ในทุกๆศาลเจ้า จะมีมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับความใหญ่โตของศาลเจ้า แต่สำหรับที่ศาลเจ้าโทโชกุแห่งนี้แล้ว ต้องบอกได้ว่ามีเยอะเลยทีเดียวค่ะ

หากอยากไปทัวร์ญี่ปุ่นกับเราด้วยกันที่ Wonderfukpackage.com

ประตูคุณธรรมโยเมมง-ญี่ปุ่น

ประตูคุณธรรมโยเมมง-ญี่ปุ่น


ประตูโยเมมง (Yomeimon Gate)

เที่ยวญี่ปุ่น
ประตูโยเมมง

   ประตูโยเมมง เป็นประตูใหญ่อยู่ทางเข้าศาลเจ้าโทโชกุ อลังการด้วยผลงานศิลปะเกี่ยวกับการแกะสลักไม้อันวิจิตรและหลากหลายประดับไว้บนซุ้มประตูแทบทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งรูปสัตว์ อาทิ ไก่ฟ้า นกน้ำ เป็ดป่า ช้าง เต่า กระต่าย มังกร เสือ สิงโตเป็นต้นฯ และรูปแกะสลักอย่างอื่นก็มีเช่น ต้นไผ่ ต้นสน ต้นโบตั๋น ก้อนเมฆ และรูปเด็ก โดยมีเสาที่รองรับน้ำหนักหลังคาที่ดูหนักอึ้งนี้จำนวน 12 ต้น กำแพงด้านข้างของประตูทั้งสองก็มีผลงานการแกะสลักที่วิจิตรอลังการไม่แพ้กัน

ประตูคารามง (Karamon Gate, Chinese Gate)

เที่ยวญี่ปุ่น
ประตูจีน

   ประตูเล็กถัดจากประตูโยเมมงเข้าไปก็คือ ประตูคารามง เป็นประตูชั้นในก่อนถึงอาคารศาลเจ้าโทโชกุภาพแกะสลักและภาพวาดสีขาวสลับอยู่บนซุ้มประตูนั้น เป็นศิลปะแบบจีน ซึ่งมีทั้งมังกร ต้นไผ่ ต้นบ๊วยจึงทำให้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ประตูจีน" ประตูบานเล็กๆนั้นมีขนาดที่เล็กเกินกว่าที่จะมุดเข้าไปได้ครั้งละมากๆ (ใครที่มาทัวร์ญี่ปุ่นแล้วมายังที่ศาลเจ้าโทโชกุแห่งนี้ก็อย่าเผลอไปมุดพร้อมๆกันนะคะเดี๋ยวจะออกไม่ได้) จึงต้องมีการทำทางอ้อมไปเข้าประตูด้านขวาแทน และจะต้องฝากรองเท้าไว้ที่ตู้ล็อคเกอร์ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดไว้ให้นะคะ

   ภายในศาลาสำหรับประกอบพิธีและศาสนาของศาลเจ้าโทโชกุนั้น จะไม่อนุญาตให้มีการถ่ายหรือบันทึกภาพใดๆทั้งสิ้น (ถ้าอยากรู็ว่าภายในเป็นอย่างไรนั้นคงจะต้องมาพิสูจน์มาท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้วหล่ะค่ะ)

ติดตามทัวร์ญี่ปุ่นได้ที่ Wonderfulpackage.com และ facebook.com/wonderfulfanpage

เที่ยวญี่ปุ่นชมเจดีย์5ชั้นและภาพแกะสลักลิง3ตัว

เที่ยวญี่ปุ่นชมเจดีย์5ชั้นและภาพแกะสลักลิง3ตัว

เที่ยวญี่ปุ่น
เจดีย์ 5 ชั้น

ด้านซ้ายประตูโทริอิทางเข้าศาลเจ้าโทโชกุ มีเจดีย์ 5 ชั้น สูง34เมตร ตั้งอยู่ท่ามกลางเหล่าต้นสนที่สูงพอๆกับยอดเจดีย์ ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น เมื่อลองเข้าไปดูใกล้ๆจะเห็นลายภาพแกะสลักของสัตว์ใน 12จักราศี ตามปฏิทินจีนประดับเอาไว้ด้านละ 3ราศี เจดีย์นี้สร้างเมื่อปีพ.ศ.2193

เที่ยวญี่ปุ่น
ศาลเจ้าญี่ปุ่น

เมื่อก้าวผ่านประตูไปจะเห็นเสาโคมหินเหล็กและสำริดตั้งอยู่บนลานหินเรียงราย เสาโคมพวกนี้ไดเมียวได้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับดวงวิญญาณของท่านโชกุน ที่ศาลาไม้เก่าๆ ด้านขวามือนั้นมีรูแกะสลักลิง 3 ตัว ในอิริยาบทปิดหู ปิดปาก และปิดตา ซึ่งมีความหมายว่า "หากเราไม่ฟังไม่พูดไม่ดูในสิ่งที่เลวร้ายภยันตรายต่างๆก็จะไม่มาหาเรา" เป็นผลงานการแกะสลักของ ฮิดาริ จินโกโร่ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนานิยากเทนได รอบๆศาลาหลังนี้ยังมีรูปแกะสลักลิง3ตัวในอิริยาบทอื่นๆอีก นักท่องเที่ยวต่างก็ชวนกันมาถ่ายรูปกันที่นี่อย่างไม่ขาดสาย 

เที่ยวญี่ปุ่น
ภาพแกะสลักลิง 3 ตัว

ก่อนที่จะเข้าไปภายในศาลเจ้าทุกแห่งจะต้องชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน ด้วยการบ้วนปากและล้างมือให้สะอาดบ่อน้ำพุที่นี่ดูจะอลังการมากกว่าที่ไหนๆด้วยภาพแกะสลักบนหลังคา ตามศิลปะแบบจีน

ติดตามทัวร์ญี่ปุ่นอื่นๆได้ที่ Wonderfulpackage.com

วัดรินโนจิวัดพุทธในนิกายเทนได

วัดรินโนจิวัดพุทธในนิกายเทนได

เที่ยวญี่ปุ่น
วัดรินโนจิ ญี่ปุ่น

ศาลาหลังใหญ่ Sanbutsu-do ภายในวัดรินโนจิ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2191 โดยชิคากุ ไดอิชิ ตามพระบัญชาขององค์จักพรรดินินเอมิ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปไม้แกะสลักปิดทองสูงองค์ละ 8 เมตร อันเป็นที่เคารพกราบไหว้ของชาวเมืองนิคโก้ 3 องค์คือ 1.เจ้าแม่กวนอิมพันกร 2.พระอมิตพุทธ 3.พุทธรูปม้าอยู๋กลางพระนลาต ซึ่งองค์ที่สามนี้ถือว่าเป็นเทพผู้พิทักษ์ทั้งมวลของสัตว์โลก

เที่ยวญี่ปุ่น
ศาลาไดโกม่า ญี่ปุ่น

ศาลา Dai Goma-do ตั้งอยู่ทางด้านหลังศาลาใหญ่ เพิ่งบูรณะเสร็จใหม่ในปีพ.ศ.2541 ใช้เป็นหอสวดมนต์สำหรับผู้ปฏิบัติธรรม มีพระพุทธรูปและรูปหล่อเทพเจ้าประดิษฐานอยู่ภายในจำนวน 30 องค์ ด้านหน้ามีเครื่องรางของขลังไว้บูชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย


ติดตามทัวร์ญี่ปุ่นมากมายได้ที่ Wonderfulpackage.com 

Nikko National Park แหล่งมรดกโลกที่ญี่ปุ่น

Nikko National Park แหล่งมรดกโลกที่ญี่ปุ่น

เที่ยวญี่ปุ่น
Nikko National Park

ที่ Omototesando ที่อยู่เชิงเขาปากทางเข้าสู่วัดรินโนจิและศาลเจ้าโทโชกุมีซุ๋มขายตั๋วอยู่ทางด้านขวามือ มีให้เลือกมากมายทั้งแบบเหมาจ่ายหรือจะเลือกชมเฉพาะแห่งก็ได้ ไหนๆก็มาถึงญี่ปุ่นกันแล้ว แนะนำว่าให้เลือกแบบเหมาจ่ายในราคา 1,300 เยนค่ะ ที่สามารถเข้าชมได้ทั้งวัดรินโนจิ ศาลเจ้าโทโชกุ ศาลเจ้าฟูตาระซัน แถมยังสามารถเข้าชมสวนญี่ปุ่นและสถานที่อื่นๆได้อีก 3-4 แห่งในบริเวณเดียวกันนี้ ยกเว้นเสียแต่ภาพแกะสลักแมวหลับกับสุสานอิเอยาสุ ที่จะต้องจ่ายเพิ่มอีกนิดนึงตรงข้ามทางเข้าชมค่ะ ซึ่งโดยรวมแล้วคุ้มกว่าแยกซื้อ โดยมีหางตั๋วแยกส่วนเข้าชมอย่างชัดเจน

แวะชมสวนสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมก่อน
ที่สวน Shoyo-en ตั้งอยู่เยื้องซ้ายขายตั๋วข้างหน้า ตรงข้ามศาลาหลังใหญ่ของวัดรินโนจิ ตกแต่งด้วยหิน เสาหิน บ่อน้ำตามแบบอย่างของสวนญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ ออกแบบโดย Issai Sato ภายในบรรยากาศร่มรื่นด้วยมวลแมกไม้ มีต้นซากุระให้พอเห็นบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งถ้ามาเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองส้มและแดง ดูสวยไปอีกแบบ ถ้าใครได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็อย่าพลาดที่จะมาที่นิคโก้กันนะคะ

เที่ยวญี่ปุ่น
โช-เอ็น ญี่ปุ่น

ค่าเข้าชม World Heritage Site
- ผู้ใหญ่/นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ราคา 1,300 เยน
- นักเรียนมัธยมปลาย ราคา 900 เยน
- ผู้สูงอายุ/เด็กประถม/มัธยมต้น ราคา 600 เยน
ใช้สำหรับเข้าชม สวน Shoyo-en ศาลา Sanbutudo วัดรินโนจิ ศาลเจ้าโทโชกุ ศาลเจ้าฟูตาระซัง วัดไทยูอิน และสุสานอิเอะมิตสุ

ติดตามทัวร์ญี่ปุ่นได้ที่ Wonderfulpackage.com ค่ะ
แฟนเพจของเรา facebook.com/wonderfulfanpage
Twitter : wonderfulweb

นิคโก้มรดกญี่ปุ่นมรดกโลก

"นิคโก้มรดกญี่ปุ่นมรดกโลก"

เที่ยวญี่ปุ่น
นิคโก้มรดกญี่ปุ่น

   เมืองนิคโก้ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง นิคโก้เป็นเมืองเล็กๆที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น เพราะนิคโก้เป็นพื้นที่ของตระกูลโทกุกาว่า โดยเฉพาะโชกุนอิเอยาสุ โทกุกาว่าผู้สร้างเมืองเอโดะให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ (โตเกียว) มาจนถึงปัจจุบันนี้อัฐฐิของโชกุนท่านนี้ก็ยังอยู่ที่สุสาน (leyasu's graveyard) ภายในบริเวณศาลเจ้าโทโชกุที่ยิ่งใหญ่สวยงามด้วยผลงานที่แปลกตา สลับซับซ้อน จนองค์การยูเนสโก้ ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญไปพร้อมๆกับวัดรินโนจิ และศาลเจ้าฟูตาราซังที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน

เที่ยวญี่ปุ่น
ศาลเจ้าญี่ปุ่นในนิคโก้

   การเดินทางโดยรถไฟไปขึ้นรถสายโทโฮกุ ที่สถานีอุเอโนะ วิ่งมาเรื่อยๆจนถึงสถานีอุซึโนะมิยะ เพื่อต่อรถอีกสายนึง JR Nikko Line และเดินทางต่อไปจนถึงสถานีนิคโก้ โดยที่สถานีแห่งนี้เป็นสถานี้เล็กๆไม่ได้วุ่นวายมากเหมือนที่อื่นๆในโตเกียว ไปยังแหล่งมรดกโลกบริเวณศาลเจ้าโทโชกุนั่งเองโดยจะต้องเดินขึ้นเนินและต้องเดินขึ้นเขาด้วยแนะนำไว้เดินตอนขากลับจะดีกว่า

ติดตามโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นอื่นๆมากมายได้ที่ wonderfulpackage.com คะ
facebook.com/wonderfulfanpage
wonderfulweb

ทัวร์ญี่ปุ่นชมตลาดปลาโตเกียวซึกิจิ ต่อ

ทัวร์ญี่ปุ่นชมตลาดปลาโตเกียวซึกิจิ ต่อ

เที่ยวญี่ปุ่น
ตลาดปลาในโตเกียว

หลังจากในตอนแรกที่มีโอกาศได้ไปทัวร์ญี่ปุ่นชมตลาดปลาซึกิจิในยามเช้ากันแล้ว หลังจากที่พ่อค้าต่างพากันเลือกซื้อเนื้อปลาเสร็จเรียบร้อยแล้วจะพาไปดูวิธีชำแหละแร่เนื้อปลาตัวใหญ่ๆเหล่านี้กันค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นตามมากันได้เลยจ้า

ทัวร์ญี่ปุ่นบุกครัวโตเกียวตลาดปลาซึกิจิ(Tsukiji fish Market)

ทัวร์ญี่ปุ่นบุกครัวโตเกียวตลาดปลาซึกิจิ(Tsukiji fish Market)

เที่ยวญี่ปุ่น
Tsukiji fish Market

อันที่จริงแล้วตลาดปลาซึกิจิ(Tsukiji fish Market)ไม่ได้เป็นแค่เฉพาะตลาดค้าปลาเท่านั้น ยังมีส่วนที่เป็นตลาดค้าขายส่งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ แต่ที่ทำให้คนรู้จักสถานที่แห่งนี้ดีที่สุดคือตลาดค้าปลา ถือได้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ส่วนใหญ่ถูกนำส่งออกสำหรับชาวโตเกียวจนถือได้ว่าเป็นครัวของคนโตเกียวขนาดใหญ่เลยทีเดียว

เที่ยวโอซาก้า-โตเกียวเมืองแห่งวัฒนธรรม

เที่ยวโอซาก้า-โตเกียวเมืองแห่งวัฒนธรรม


เที่ยวโอซาก้า
เที่ยวโอซาก้าชมสิ่งดีๆ

china townสัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ วนอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่

สัมผัสความงดงามของ ภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์แห่งแดนอาทิตอุทัย

ล่องเรือโจรสลัดชมวิวฟูจิที่ทะเลสาบอาชิ

ชมความอัศจรรย์ของหุบเขานรกและชิมไข่ดำที่หุบเขาโอวาคุดานิ

นมัสการเจ้าแม่กวนอิมทองคำภายใน “วัดอาซะกุซ่าคันนอน”

ซึ่งนับว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว

พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ อาบน้ำแร่ออนเซ็น สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม.

เทศกาลตามรอยฉงชิ่ง

เทศกาลตามรอยฉงชิ่ง

เที่ยวฉงชิ่ง
เที่ยวฉงชิ่ง

     พาไปเทศกาลตามรอยทัวร์ฉงชิ่งจากนั้นนำท่านสู่ ศูนย์การค้าหวังฟู่จิ่ง (Wangfujing) ซึ่งเป็นที่ช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปักกิ่ง เป็นถนนเส้นยาวๆ สำหรับคนเดินห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน มีห้างสรรพสินค้า พลาซ่า และร้านค้าน้อยใหญ่เรียงรายสองข้างถนน รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านหนังสือ ครบครัน พาท่านจับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์เนมราคาตายตัวต่อรองไม่ได้ และยังมีร้านกิ๊ฟช้อป ราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมีถนนอาหารนานาชาติ ซึ่งน่าชมแต่เป็นสัตว์แปลกๆ ที่ไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่ ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูป ช้อปปิ้ง ชมวิว ตามอัธยาศัย